ข่าวฟุตบอล”ซิโก้ ”เผยหมดเปลือก ว่าทำไมถึงไม่เพรสซิ่งแดนบนใส่ญี่ปุ่น
โพสต์รูปภาพ
แหล่งที่มาของภาพ: ”ซิโก้ ”เผยหมดเปลือก ว่าทำไมถึงไม่เพรสซิ่งแดนบนใส่ญี่ปุ่น
 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง , ทีมชาติไทย

ล่าสุด ทางด้าน เฮดโค้ชทัพช้างศึก เปิดเผยให้แฟนบอลทราบแบบหมดเปลือก ถึงสาเหตุไม่เพรสซิ่งแดนบนใส่ญี่ปุ่นในศึกคัดบอลโลก นัดที่สอง

และ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย เปิดใจผ่านรายการ “เจาะบอลไทย By ซิโก้” ถึงสาเหตุไม่เล่นเกมเพรสซิ่งแดนบนใส่ ทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งสุดท้ายไทยเป็นฝ่ายพ่ายไปด้วยสกอร์ 0-2

“โค้ชซิโก้” ออกมาเปิดเผยว่า “จริงๆ เราหวังว่าถ้าเราจะไปบอลโลก เราต้องเอาชนะญี่ปุ่นให้ได้ก่อน วันนี้เราประเมินแล้วว่า ญี่ปุ่นมีการโจมตีทุกรูปแบบ ลูกสั้น ลูกยาว ที่เราดูกันแล้วว่า 1 ต่อ 1 เราเอาชนะไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องไปฝากอยู่กับแท็กติคว่าจะรับแดนไหน แดนบน แดนกลาง หรือแดนหลัง เราก็วางแผนกันแล้วว่าจะรับแดนหลังกัน”

“และบางคนอาจจะถามว่าทำไมเราไม่รับแดนบน ทำไมเราไม่เพรสซิ่งสู้กับเขา แน่นอนถ้าเป็นอย่างนั้นเราอาจจะพรุน เพราะว่า 1 ต่อ 1 เขากินตัวได้ตลอด เนื่องจากพื้นที่แดนหลังเราจะเยอะ ถ้าเป็นรับแดนกลาง มันจะเกิดช่องระหว่างหลังไลน์ (ช่องระหว่างกองกลางและกองหลัง) ญี่ปุ่นเป็นทีมที่เจาะทะลุช่องได้ดี เขาดึงตัวประกบได้ดีโดยเฉพาะคางาวะ, อาซาโนะ ซึ่งมีความเร็วนอกจากนี้ยังเป็นทีมที่สปีดบอลเร็วและแม่น เรามีช่องไม่ได้ แม้แต่นิดเดียว ไม่งั้นจะเสียประตูทันที”

“เรา จึงเปลี่ยนจาก มงคล เป็น นฤบดินทร์ เพื่อรับสองชั้น เอามารับคู่กับ โด ซึ่งเตรียม มงคล ไว้ครึ่งหลังหาก นฤบดินทร์ หมดกำลัง ส่วนแดนกลางเราส่ง ชัปปุยส์ มาเล่นรับคู่ ปกเกล้า เพราะใช้งาน สารัช ไม่ได้และ ประกิต เองก็เป็นกลางรุก, อดุล ก็เรียกมาแทน สารัช เฉยๆแต่ยังไม่ได้ซ้อมกับทีม เราจึงส่ง ชัปปุยส์ ซึ่งเคยเล่นกลางรับมาก่อน และให้ เจ เป็นหน้าต่ำ แต่เขาก็ล็อค เจ ไม่ให้เลียงบอล ล็อค มุ้ย ไม่ให้พลิกบอล ลำพัง 1 ต่อ 1 เจ ก็รอดยากอยู่แล้ว มุ้ย ก็เช่นกัน ฉะนั้นเขาล็อคการขึ้นด้านซ้ายของ อุ้ม กับ ก้อง ทุกอย่างก็จบ ซึ่งตรงนี้เรารู้อยู่แล้ว”

“แต่ ถามว่าวันนี้เรารู้แล้วทำอะไรได้มากกว่านี้มั้ย เราทำไม่ได้เพราะร่างกายนักเตะที่จะทัดเทียมเขา เพราะฉะนั้นวันนี้เราเหมือนกับทำวิจัย ว่าเราลองสูตรนี้ที่จะทำวัคซีนป้องกันโรค “โรคญี่ปุ่น” ถ้าเราใช้สูตรนี้และมีความแข็งแรงมีความเร็วเท่ากัน ผมว่าเราสู้ได้ เพราะถ้าเราลองสูตรนี้แล้วใช้ได้ เราก็จะเอาสูตรนี้ไปใช้ในรุ่นเด็กๆที่จะต้องเจอญี่ปุ่น มันจะเป็นสูตรเฉพาะทีมชาติไทย เราก็จะลดช่องว่างให้ได้ จากเมื่อก่อนที่เราเคยโดน 4-5 ลูก อย่างชุดปรีโอลิมปิกก็ไปสู้โดยไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้เรามีข้อมูลจากชุดปรีโอลิมปิกมา มีจากทีมวิเคราะห์เลสเตอร์ที่ส่ง video analysis มา เราถึงทำการบ้านมาว่าเราจะเล่นยังไงซึ่งเราแพ้สองลูกก็ถือเป็นพัฒนาการที่ ดี”

https://www.youtube.com/watch?v=CGiB-8F8PXU

เครดิตคลิป : I LOVE FOOTBALL THAI OFFICIAL

เครดิตข่าว : https://sport.mthai.com/football-thai/272229.html