
ล่าสุด ทางด้าน กุนซือ ฟุตบอลทีมชาติไทย นำลูกทีมฝึกซ้อมครั้งที่ 2 เร้าแข้งหน้าใหม่ต้องกล้าปล่อยของ ชี้หากเข้ากับทีมได้มีโอกาสติดต่อเนื่องเหมือน สิโรจน์ ฉัตรทอง
เมื่อทาง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้กระตุ้นช้างศึกหน้าใหม่แสดงศักยภาพออกมาให้ถึงที่สุด ระหว่างเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ จ.นครราชสีมา หลังชี้ว่ามีโอกาสติดต่อเนื่องแน่นอนหากปรับตัวเข้ากับทีมได้
ช้างศึกทั้งชุดคัดบอลโลก และ ลุยเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 จะใช้เวลาเก็บตัวที่ กิเลน วัลเลย์ ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ โดยสิ่งที่น่าสนใจคือชุดป้องกันแชมป์อาเซียน ที่มีผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง ศิวะพงษ์ เจริญศิลป์ และ นัสตพล มาลาพันธ์ ติดชุดใหญ่เป็นครั้งแรก แต่ยังต้องลุ้นว่าจะติดเป็น 23 ผู้เล่นลุยทัวร์นาเมนต์สำคัญนี้หรือไม่
“ซิโก้” เริ่มให้สัมภาษณ์หลังการฝึกซ้อมครั้งที่ 2 ว่า “จากนี้ไปเราซ้อมเช้าเย็น เด็กๆทุกคนก็ตั้งใจ ไม่วอกแวก เพราะทุกคนรู้ว่าการเจอออสเตรเลียเป็นงานหนัก รวมถึงเตรียมป้องกันแชมป์ซูซูกิด้วย เวลาไม่คอยท่า ทุกคนรู้หน้าที่ดีอยู่แล้ว และการมาเก็บตัวที่นี่ก็ค่อนข้างเงียบ ทำให้ทุกคนมีสมาธิ ต่างจากกรุงเทพ ที่ต้องใช้เวลาเดินทางด้วย ฉะนั้นเรื่องความฟิตไม่ต้องห่วง”
“3-4 วันนี้เราจะเน้นเรื่องสมรรถภาพร่างกาย จากนั้นจะค่อยๆใส่แท็คติดการเล่น ซึ่งวันนี้เราก็ให้น้องๆวิ่งไปกลับระหว่างสนาม มีเวลาหยุดพัก เหมือนจำลองเวลาเล่นเกม ที่ไม่ได้วิ่งตลอด 45 นาที มีช่วงวิ่งสลับเดินด้วย ก็เป็นโปรแกรมซ้อมสากล”
กุนซือช้างศึก กล่าวต่อ “ส่วนนักเตะใหม่(ศิวะพงษ์, นัสตพล) ก็เริ่มปรับตัวได้ดี ตั้งแต่การอยู่กับเพื่อนๆ ในทีม ทานข้าว แม้ตอนแรกจะเกร็งๆ ไม่กล้าอยู่ในกลุ่มเพื่อน ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเข้ามาทีมชาติใหม่ๆจะรู้สึกตื่นเต้น แต่ตอนนี้ก็ปรับได้แล้ว เหมือนปีโป้(สิโรจน์) ที่ตอนนี้เป็นตัวฮาแล้ว เริ่มอำพี่ๆ ก็คิดว่าเป็นบรรยากาศที่สนุกครับ”
“นักเตะใหม่ต้องกล้าเดินเข้าหา เป็นตัวเองที่สุด เพราะหากเกร็งจะเสียโอกาส ไม่กล้าโชว์ผลงานตัวเอง ฉะนั้นพี่ก็บอกว่าถ้ามาแล้วไม่กล้า ก็จะกลับไปสโมสรแบบง่ายๆ ถ้าทุกคนฝันจะติดทีมชาติก็ต้องกล้าโชว์ ถ้าเข้ากับทีมได้มันก็มีโอกาสติดเรื่อยๆ”
และสำหรับ ทีมชาติไทย จะเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 5 วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ก่อนเดินทางไปป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม – 17 พฤศจิกายน โดยอยู่กลุ่มเอร่วมกับ ฟิลิปปินส์ (เจ้าภาพ) , สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย
เนื้อหาข่าวจาก : Goal Thailand
